วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561

วิธีแก้ไขแอร์รถยนต์ JAZZ อาการเย็นสู้แดดไมได้ เย็นบ้างไม่เย็นบ้าง



วันนี้มีงานแก้ไขระบบแอร์รถยนต์แจ๊สอาการแอร์ไม่เย็น  เย็นไม่ฉ่ำ  เวลารถจอดหรือติดไฟแดงแอร์ไม่เย็น  แอร์ทำความเย็นไม่ได้  จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าระบบน้ำยาแอร์ 134a พร่องไปและพบว่าที่บริเวณชุดแผงระบายความร้อนบริเวณด้านด้านอุดตัน  และพบว่าพัดลมชุดระบายความร้อนด้านหน้าจากเดิมมี 2 ตัว  ทำงานได้เพียงตัวเดียว   เมื่อทำการตรวจจนแน่ใจแล้วว่าทั้งหมดคือสาเหตุที่ทำให้แอร์รถยนต์แจ๊สคันนี้ไม่เย็น  เย็นน้อย  เย็นไม่ฉ่ำ  เย็นสู้แดดไม่ได้ก็ได้ข้อสรุปว่าต้องดำเนินการแก้ไขอะไรบ้าง ดังนี้
1.ถอดตู้คอล์ยเย็นบริเวณคอนโซนด้านหน้าออกมาล้างทำความสะอาด
2.เปลี่ยนซีนโอริงบริเวณจุดต่อสายทางด้านแรงดันสูง และแรงดันต่ำ
3.เติมน้ำมันคอมเพรสเซอร์เพิ่มเติมเล็กน้อย
4.ถอดชุดโบว์เวอร์พัดลมใต้คอนโซนด้านหน้าออกมาล้างทำความสะอาด
5.ล้างแผงระบายความร้อนบริเวณด้านหน้ารถยนต์ให้สะอาดด้วยน้ำยาล้างคอล์ย
6.เปลี่ยนพัดลมช่วยระบายความร้อน 1 ตัว ทดแทนของเดิมที่เสียไป

จากนั้นก็เริ่มลงมือแก้ไขทันทีโดยเริ่มจากการปล่อยน้ำยาออกจากระบบให้หมดก่อน  เมื่อปล่อยน้ำยาออกไปหมดแล้ว  ก็ใช้ประแจเลื่อน 2 ตัวทำการคลายข้อต่อของสายน้ำยาออก  แล้วเริ่มรื้อชุดคอนโซนหน้าออกที่ละชิ้นๆ จนมองเห็นชุดคอล์ยเย็น  จากนั้นก็ดึงชุดคอล์ยเย็นออกมาทำการถอดฝาครอบคอล์ยเย็นออก  เพื่อนำชุดคอล์ยเย็นออกไปล้างทำความสะอาดโดยใช้วิธีฉีดน้ำแรงดันสูง ล้างทำความสะอาดจากนั้นฉีดน้ำยาล้างคอล์ยและใช้น้ำแรงดันสูงฉีดทำความสะอาดคอล์ยเย็นอีกครั้งให้สะอาด  เพื่อให้สามารถระบายความเย็นได้ดีขึ้น   จากนั้นเริ่มถอดชุดโบว์เวอร์พัดลมเป่าความเย็นออกมาล้างทำความสะอาดที่บริเวณใบพัดลม  จากนั้นทำการคอดชุดกระจังหน้าและสปอยเลอรืด้านหน้าออกให้หมด  ใช้ปั๊มน้ำแรงดันสูงฉีดปรับปลายกระบอกปืนฉีดน้ำให้ฉีดออกมาเป็นฝอยกระจาย จากนั้นฉีดไปที่บริเวณแผงระบายความร้อนด้านหน้าสัก 2 รอบ  เมื่อฉีดน้ำล้างเบื้องต้นเสร็จแล้วจึงน้ำน้ำยาล้างทำความสะอาดคอล์ยร้อนฉีดลงบนแผงระบายความร้อน  ทิ้งไว้สักประมาณ 15-20 นาที  เพื่อให้น้ำยาล้างเริ่มทำความสะอาดโดยการกัดคราบสกปรกออกมา  โดยสังเกตุจากบริเวณแผงระบายความร้อนจะเริ่มมีฟองผุดออกมาพร้อมคราบสกปรก เมื่อทิ้งไว้ครบตามเวลาที่กำหนดแล้วใช้น้ำแรงดันสูงฉีดล้างเพื่อทำความสะอาด  จากนั้นฉีดน้ำยาล้างคอล์ยเข้าไปอีกครั้งแล้วล้างออกให้สะอาด  เมื่อดำเนินการเสร็จทุกขั้นตอนแล้วก็ประกอบชิ้นส่วนกลับ  จากนั้นเปลี่ยนซีนโอริงบริเวณข้อต่อสายทั้ง 2 เส้น  เมื่อเปลี่ยนโอริงเสร็จแล้วใช้ประแจเลื่อนขันล็อกเกลียวให้แน่น  จากนั้นต่อสายเกจวัดแรงดันเข้าท่อน้ำยาทั้ง 2 เส้น  โดยการต่อสายเกจด้านแรงดันต่ำเข้าท่อทางดูด (ท่อเย็น)  และต่อสายเกจด้านแรงดันสูงเข้าทางด้านอัด (ท่อร้อน)  และต่อสายเกจสีเหลืองเข้าที่เครื่องปั๊มสุญญากาศ  จากนั้นเปิดเครื่องปั๊มสุญญากาศให้ทำงาน และเปิดวาวล์เกจทั้งสองด้านออกเพื่อให้เครื่องปั๊มสุญญากาศดูดเอาอากาศภายในระบบออกมาให้หมด  โดยสังเกตที่ชุดเกจวัดแรงดันน้ำยาด้านแรงดันต่ำเข็มวัดต้องตกลงมาอยู่ที่ 0 หรือต่ำกว่า  จากนั้นทดลองปิดวาวล์เกจทั้ง 2 ด้านทิ้งไปประมาณ 30 นาที  สังเกตดูที่เข็มเกจด้านแรงดันต่ำต้องอยู่ตำแหน่งเดิม  ไม่เลื่อนขึ้นมา  หากเข็มเกจเลื่อนขึ้นมาแสดงว่าระบบมีการรั่วต้องทำการตรวจสอบและแก้ไขใหม่  จากนั้นทำการแว๊กระบบใหม่อีกครั้ง   เมื่อทำการแว๊กระบบเสร็จแล้วไม่พบการรั่วให้ทำการเติมน้ำมันคอมเพรสเซอร์เพิ่มเข้าไปตามปริมาณที่สูญเสีย โดยการเทน้ำมันใส่กระบอกตวงตามปริมาณที่ต้องการ  จากนั้นนำสายเกจวัดแรงดันสีเหลืองจุ่มลงไปในกระบอกที่มีน้ำมันคอมเพรสเซอร์  จากนั้นเปิดวาวล์เกจวัดแรงดันด้านต่ำออกเพื่อให้ดูดน้ำมันคอมเพรสเซอร์เข้าไปในระบบ  เมื่อเติมน้ำมันคอมเพรสเซอร์เข้าไปแล้ว  ให้ทำการแว๊กสุญญากาศใหม่อีกครั้ง   ตามขั้นตอนข้างต้น  จากนั้นจึงนำสายเกจสีเหลืองมาต่อเข้ากับถังน้ำยาแอร์ R134a เปิดวาวล์ถังน้ำยาออก  จากนั้นทำการไล่อากาศภายในสายน้ำยาออกให้หมด  โดยการคลายข้อต่อสายสีเหลืองบริเวณด้านใต้เกจวัดแรงดันออกเล็กน้อยเพื่อไล่อากาศออก  โดยสังเกตจากเมื่อคลายสายสีเหลืองออกจะมีแรงดันน้ำยาพุ่งออกมาจากนั้นหมุนสายเกจเข้าให้แน่นเหมือนเดิม  จากนั้นเปิดวาวล์เกจทางด้านแรงดันต่ำเพื่อให้น้ำยาแอร์ไหลเข้าไปในระบบ ฟังเสียงน้ำยาไหลเข้าไปจนเสียงฟี๊ดเงียบไป  ปิดวาวล์เกจทางด้านแรงดันต่ำ  แล้วไปสตาร์ทเครื่องยนต์ให้ทำงานจากนั้นเปิดระบบแอร์ให้ทำงานโดยปรับเทอร์โมสตัทไปที่ตำแหน่งเย็นสุด และปรับสปีดพัดลมไปที่ตำแหน่งแรงสุด  จากนั้นออกมาดูที่เกจวัดแรงดันน้ำยาว่ามีปริมาณน้ำยาอยู่เท่าไหร่  หากน้ำยาน้อยให้เติมน้ำยาเพิ่มเข้าไปให้อยู่ในระดับ 30 psi ทางด้านแรงดันต่ำ ,และแรงดันทางด้านสูงไม่เกิน 200 psi.

     

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น